วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554



แนวคิดที่เป็นจุดเน้นในการพัฒนา
            มีความคิดเห็นที่หลากหลายเกี่ยวกับแนวคิดในการพัฒนา ได้แก่ รูปแบบการพัฒนาครูควรกำหนดให้เป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยจะต้องถือปฏิบัติด้วยวิธีการที่หลากหลาย มีการจัดสรรงบประมาณพัฒนาครูที่เพียงพอ ควรใช้คูปองหรือบัตรเครดิตแทนการเบิกจ่ายโดยตรง ควรจัดทำแผนกลยุทธ์และแผนการพัฒนาครูประจำปี โดยผู้บริหารควรให้ความสำคัญต่อการพัฒนาครู มีการให้รางวัลตอบแทนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานดีเด่นของครู จัดทำข้อมูลการพัฒนาครูให้เป็นระบบถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ควรน้ำผลการวิจัยและเทคโนโลยีมาเป็นแนวทางในการพัฒนา ดำเนินการพัฒนาในรูปเรือข่ายส่งเสริมให้มีระบบครูพี่เลี้ยงในสถานศึกษา  ควรจัดทำหลักสูตรพัฒนา แผนการเรียนรู้กลาง เพื่อเป็นต้นแบบ ใช้การประชาสัมพันธ์เชิงรุก และเน้นการต่อยอดความรู้เดิม เสริมความรู้ใหม่
จุดมุ่งหมายในการพัฒนา
เห็นว่าควรพัฒนาครูให้มีความสามารถในด้านต่างๆ ได้แก่ สามารถพัฒนาการเรียนการสอนได้ตามปรัชญาการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา จัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้ สามารถพัฒนาการจัดการเรียนรู้ได้ตามจุดประสงค์ของการเรียนรู้ สอนได้ตามหลักสูตรและบูรณาการการเรียนรู้ได้ ประยุกต์ใช้สื่อนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่ได้ คิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์การพัฒนาให้เกิดแก่ผู้เรียนได้พัฒนาเป็นคู่มืออาชีพได้ พัฒนาตนเองให้เป็นผู้มีสุขภาพดี ทั้งร่างกาย จิตใจและสังคมได้ และ เป็นผู้นำด้านสุขภาพได้
ข้อความรู้ที่ใช้ในการพัฒนา
          ด้านความรู้
          พัฒนาครูให้มีความรู้ในด้านต่างๆ ได้แก่ ปรัชญาและหลักการของสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้การวัดและประเมินผล เทคนิควิธีการสอน การัดทำสื่อการเรียนรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการศึกษา การบูรณาการการจัดการเรียนรู้ การดูแลสุขภาพด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมในการจัดการเรียนรู้ การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้การจัดโปรแกรมสุขภาพและโปรแกรมพลศึกษาในโรงเรียน
          ด้านทักษะ
                พัฒนาครูให้มีทักษะในด้านต่างๆ ได้แก่ กระบวนการคิด การเสริมสร้างบุคลิกภาพ การเทคโนโลยีเพื่อการสุขศึกษาและพลศึกษา  การวัดและประเมินผล การวิจัย การใช้ภาษา การจัดกิจกรรมให้จูงใจผู้เรียน การกีฬา การสอน อย่างมีประสิทธิภาพ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
            ด้านเจตคติ
                ควรพัฒนาครูให้มีเจตคติในด้านต่างๆ ได้แก่ ความเป็นครู มีคุณธรรม จริยธรรม มีน้ำใจนักกีฬา ใฝ่รู้ ดูแลรักษาสุขภาพ เจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครู มีค่านิยมที่ดีต่อการพัฒนาครู ยอมรับคามแตกต่างระหว่างบุคคล และเห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ดีทางด้านสุขภาพ
วิธีการที่ใช้ในการพัฒนา
          วิธีการพัฒนาครูควรมีความหลากหลายทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา ได้แก่ เพื่อนช่วยเพื่อน นิเทศภายใน การประชุมเชิงปฏิบัติการ การเขียนโครงการ การเรียนรู้โดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การจัดนิทรรศการเพื่อแสดงผลงาน การจัดเสวนา การจัดการความรู้ การฝึกอบรม การฝึกอบรม การศึกษาดูงาน และการศึกษาต่อ
กิจกรรมที่ใช้ในการพัฒนา
          กิจกรรมที่ควรใช้พัฒนาครูควรมีหลายกิจกรรม ทั้งรายบุคคล และเป็นกลุ่ม ได้แก่ การศึกษาด้วยตนเอง การศึกษาทางไปรษณีย์ การใช้ชุดการเรียนรู้ประสม การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน การเรียนรู้ขณะปฏิบัติงาน การสอนทางโทรทัศน์ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือเครือข่ายอินเตอร์เน็ต การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การอภิปรายกลุ่มย่อย การระดมพลังสมอง การซักถามและเสนอข้อคิดเห็น และการวิเคราะห์กรณีศึกษา
การดำเนินการพัฒนา
          ขั้นตอนนี้ที่ควรใช้พัฒนาครู ได้แก่ วิเคราะห์และประเมินสภาพ แนวโน้ม ภารกิจการพัฒนาครู กำหนดรูปแบบและกิจกรรมการพัฒนาในภาพรวมสำรวจและประเมินศักยภาพของตนเอง ประเมินความจำเป็นของการพัฒนาครู ไม่ควรแยกจัดกลุ่มครูสุขศึกษาและพลศึกษาในการพัฒนาแต่ควรแยกจัดกลุ่มครูตามผลการประเมินความจำเป็นของการพัฒนา หน่วยงานที่สังกัด เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา เครือข่ายสถานศึกษา และกลุ่มครูตามช่วงชั้นการเรียนรู้ของผู้เรียน
สื่อที่ใช้ในการพัฒนา
            สื่อที่ควรใช้ในการพัฒนา ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์  สื่อต้นแบบ  สื่อมัลติมีเดีย ( วีดิทัศน์  ซีดี  วีซีดี  ดีวีดี ) สื่อทางไกล  สื่ออิเล็กทรอนิกส์  สื่อวัสดุอุปกรณ์ ทางด้านสุขศึกษาและพลศึกษา  สื่อบุคคล แหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น เอกสาร ตำรา บทเรียนสำเร็จรูป คู่มือการพัฒนา ชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ครูสุขศึกษาต้นแบบ ครูพลศึกษาแห่งชาติ ห้องสมุดมีชีวิตและสถานศึกษาต้นแบบ
หน่วยงานที่รับผิดชอบในการพัฒนา
          หน่วยงานที่ควรมีหน้าที่ในการพัฒนา ได้แก่ หน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา สถาบันอุดมศึกษา หน่วยศึกษานิเทศก์ สถานศึกษา กลุ่มสถานศึกษา และหน่วยงานในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คือ การกีฬาแห่งประเทศไทย ตลอดจนหน่วยงานนอก ได้แก่ สมาคมวิชาชีพ
การประเมินและติดตามผลการพัฒนา
          การประเมินและติดตามผลการพัฒนา ได้แก่ ประเมินจากยุทธศาสตร์/กลยุทธ์ในการปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาจากจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ในการพัฒนาประเมินจากการปฏิบัติได้จริงของครู และพิจารณาจากความก้าวหน้าของการพัฒนา ประเมินจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน/บุคลากรในโรงเรียน/ชุมชน ประเมินจากผลงาน ได้แก่ การสะสมงาน การสะสมความดี ใช้หลักประเมินแบกัลยาณมิตร ควรประเมินตามความต้องการในการพัฒนา ตามแผนพัฒนาตนเอง ควรมีการรายงานผลงานอย่างต่อเนื่องทุกปี ใช้การประเมินผลรอบด้าน ควรจัดสัดส่วนการประเมินทั้งด้านสุขศึกษาและพลศึกษาอย่างเหมาะสม  ในด้านความรู้ / เจตคติ / การปฏิบัติ / ทักษะ  ผู้ทำหน้าที่ประเมิน ได้แก่ ผู้บริหารศึกษานิเทศก์ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรจัดทำเกณฑ์การะประเมินกลาง จัดทำคู่มือการประเมิน และ ควรตั้งคณะกรรมการติดตามผล การปฏิบัติงาน ภายหลังสิ้นสุดการพัฒนาอย่าน้อยเทอมละครั้ง
           
ชื่อผู้แต่ง ศกลวรรณ เปลี่ยนขำ ปีการศึกษา 2550 ระดับปริญญาเอก ภาควิชา หลักสูตร การสอนและเทคโนโลยีการศึกษา สาขาวิชา พลศึกษา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น